เมื่อร้อยปีที่แล้ว เดิมบริเวณที่ตั้งพระธาตุจอมหมอกแก้ว เป็นป่าเขาเชิงดิน ไม่มีหมู่บ้านตั้งอยู่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๐ มีชาวบ้านอพยพมาจากลำปางบ้าง เชียงใหม่บ้าง เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านป่าแดง บ้านดงมะเฟื่องและบ้านท่ามะโอ สมัยนั้นเป็นตำบลบัวสลี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนั้นได้เข้าไปหาของป่าและพบองค์พระธาตุตั้งอยู่ บนเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเบียดกับองค์พระธตุจนมองแทบไม่เห็นองค์พระธาตุมองเห็นเพียงบางส่วน ยอดพระธาตุหักพังตกลงมากองกับพื้น ส่วนกลางองค์พระธาตุและฐานพระธาตุมีร้อยแตกร้าว มีรากไม้แทงรัดตรึงอยู่ทั่วทั้งองค์พระธาตุ ลักษณะขององค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อด้วยหินก้อนที่ผ่านกระการหนึ่งบดและผสมกับเปลือกไม้ยางบง (ชาวเหนือเรียกว่า ไม้ไก๋) ซึ่งเปลือกไม่ยางบงจะมียางเหนียว แล้วนำไปเผาไฟเพื่อให้ก่อนอิฐมีความแข็งสามารถให้ก่อเป็นเจดีย์ได้ ในบริเวณที่ตั้งองค์พระธาตุเป็นป่ามีต้นไม้ที่ชาวเหนือเรียกว่าส้มป่อยขึ้นอยู่มากมาย มีลักษณะโน้มเอียงเหมือนพนญานาค อีกทั้งใกล้ๆ กันยังพบจอมปลวกและมีเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งชาวบ้านแถบนั้นเชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุอัฐิของเชื้อพระวงศ์ในสมัยโบราณ ชาวบ้านที่ที่เข้าไปหาของป่าบริเวณนี้จะไปกราบไหว้บูชาทุกครั้งเพื่อขออนุญาต ไม่เช่นนั้นก้จะจะอันเป็นไปต่างๆ นาๆ
พระธาตุจอมหมอกแก้ว เดิมเรียกว่า “พระธาตุจอมหมอกแก้ววังควาย” วังควาย เป็นชื่อเรียกลำน้ำห้วยส้านบริเวณข้างล่างพระธาตุจอมหมอกแก้ว ด้านทิศเหนือมีคุ้งน้ำวน ห่างไปประมาณ ๗๐๐ เมตร มีเรื่องเล่าว่า “มีชาวบ้านจำนวนมากไปหาปลาที่คุ้งน้ำวนแห่งนี้ และมีชาวบ้านคนหนึ่งได้ทอดแหในคุ้งน้ำวนแล้วมีควายทองคำติดแหขึ้นมา ขนาดเท่าลูกหมู ชาวบ้านจึงช่วยกันจับควายทองแต่จับควายทองไม่ได้ จึงพากันเรียกคุ้งน้ำวนแห่นี้ว่า “วังควาย” และเรียกพระธาตุจอมหมอกแก้วว่า “พระธาตุจอมหมอกแก้ววังควาย” คุ้งน้ำวนนี้ปัจจุบันมีขนาดเล็กลงเนื่องจาชาวบ้านได้ใช้พื้นที่ทำการเกษตร
ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๗๓ ตรงกับเดือน ๖ แรม ๑๓ ค่ำ ปีกุล ท่านครูบาแก้ว สิริวิชโย (พระครูรัตนวุฒิคุณ) พร้อมด้วยคณะศรัทธาสาธุชนหลายท่านได้ไป กราบนิมนต์ท่านพระคณูบากัญจนะ ลูกศิษย์ของท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห้งล้านนาไทย ท่านจำพรรษาอยู่ ณ วัดเจริญเมือง อำเภอพาน มาเป็นประธานดำเนินการบูรณะก่อสร้างองค์เจดีย์ครอบใหม่ และมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นองค์เจดีย์สีขาว เนื่องจากเจดีเดิมชำรุด (หลักฐานเป็นแผ่นซีเมนต์จารึกเป็นตัวอักษรล้าน) แต่ถูกทำลายไปแล้ว
ในปี พ.ศ.๒๕๓๕…