วัดกำแพงงาม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2300 เดิมชื่อวัดสันกำแพงงาม เพราะตั้งอยู่หมู่บ้านสันฟ้างาม
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดกำแพงงาม ตามประวัติแจ้งว่าวัดสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2277
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 5 ไร่ 73 ตารางวา น.ส. 3 ก. เลขที่ 1956
อาณาเขตทิศเหนือประมาณ 110 เมตร จรดที่ธรณีสงฆ์
ทิศตะวันตกประมาณ 135 เมตร จรดถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด
มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 5 ไร่ 94 ตารางวา น.ส. 3 ก. เลขที่ 1957
อุโบสถ
พระวิหาร
ศาลาการเปรียญ
กุฏิที่พักสงฆ์
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
พระอธิการคันธา (ครูบาคันธา)
พระอธิการอินตา (ครูบาอินตา)
พระอธิการแก้ว (ครูบาแก้ว)
พระครูบุญญาภินันท์ (บุญชู จนฺทสิริ) ได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ. 2483 เป็นเจ้าอาวาสในปี พ.ศ. 2487 เป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอหางดง พ.ศ. 2485, เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2488 และเป็นเจ้าคณะอำเภอหางดง พ.ศ. 2489
องค์ปัจจุบันพระครูรัตนธรรมพินิต (ครูบาสิงห์แก้ว ธมฺมธีโร) เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบันนี้
พระวิหารลายปูนปั้นที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะล้านนาดั้งเดิม วิหารเป็นทรงล้านนา หลังคาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันลงมา มีช่อฟ้าเป็นเครื่องประดับปลายหลังคา มีลักษณะคล้ายหัวนาถปลายแหลม ใบระกาเป็นส่วนของเกล็ดหลังคารูปฟันปลา หางหงส์ (ลายตัวเหงา) อยู่ที่ปลายป้านลมของวิหารต่อจากนาคลำพอง ส่วนหน้าบันประดิษฐ์เป็นลวดลายเครือเถา ซุ้มประตูทางเข้าไปในวิหาร ด้านบนเป็นแบบจั่วทำเป็นนาคสะดุ้งทอดหางยาวขึ้นไป ลวดลายของซุ้มตกแต่งและประดับด้วยกระจกสี หน้าต่างจะมีลักษณะคล้ายกับซุ้มประตู ซึ่งศิลปกรรมบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณะของศิลปะล้านนาได้อย่างลงตัว
พระเจดีย์
รูปเหมือนปูนปั้นของพระครูบุญญาภินันท์ (บุญชู จนฺทสิริ) ภายในปูนปั้นบรรจุอัฐิธาตุของพระครูบุญญาภินันท์ (บุญชู จนฺทสิริ)