วัดดวงดีเป็นวัดที่อยู่ใกล้อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ตั้งอยู่ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่-งาน 60 ตารางวา ซึ่งประวัติของวัดไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัดนัก
วัดดวงดีมีนามเดิมหลายชื่อ ได้แก่ พันธนุนมดี (Wat Phanthanu-Namadee), วัดอุดมดี (Wat U-domdee), วัดพนมดี (Wat Phanomdee), วันต้นหมากเหนือ (Wat Tonmark-nua)
แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่า วัดดวงดีถูกสร้างโดยมีเจ้านายเมืองเชียงใหม่ผู้หนึ่ง หลังจากที่ พระยามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่แล้ว
วัดดวงดีมีชื่อเสียง เพราะเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ ในแต่ละวันมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุว่าชื่อวัดเป็นชื่อมงคล.
ประวัติ วัดดวงดี ตามหลักฐานที่ทางอดีตเจ้าอาวาส (พระอธิการบุญชู อภิปุญฺโญ) ได้ขอให้คุณปวงคำ ตุ้ยเขียว ค้นคว้าและเรียบเรียงประวัติวัดดวงดี เป็นดังนี้
วัดดวงดีนั้นตามปรากฏหลักฐานข้อมูลที่มีมาหลายชื่อ เช่น วัดพันธุนมดี วัดอุดมดี วัดพนมดี หรือ วัดต้นหมากเหนือ. ในปี 2513 คุณปวงคำได้เป็นผู้ช่วยวิจัยในโครงการวิจัยคำจารึกบนฐานพระพุทธรูป ในตำบลศรีภูมิและตำบลพระสิงห์ โดยมี ดร.ฮันส์ เพนธ์ เป็นหัวหน้า ได้พบคำจารึกบนฐานพระพุทธรูปโลหะองค์หนึ่ง ประดิษฐานอยู่ในวิหาร จารึกด้วยอักษรไทยยวน มีความว่า”สกราชได้ 859 ปีวายสี พระเจ้าตนนีแสนนึงไว้วัดต้นมกเหนือ” (จ.ศ. 859 พ.ศ. 2039 สมัยพระเจ้ายอดเชียงรายครองเมืองเชียงใหม่) พระพุทธรูปองค์นี้น่าจะไม่มีผู้นำมาจากที่อื่น
แต่สร้างขึ้นในวัดนี้ ซึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วัดต้นมกเหนือ หรือ วัดต้นหมากเหนือ"
วัดดวงดีคงสร้างขึ้นหลังจากพระเจ้ามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่แล้ว (สันนิษฐานว่า) คงจะมีเจ้านายเมืองเชียงใหม่คนหนึ่งเป็นผู้คิดสร้างขึ้น.
ในปี พ.ศ. 2304 มีหลักฐานในประวัติเมืองเชียงใหม่ว่า เจ้าอาวาสวัดดวงดีได้รับอาราธนาให้ลาสิกขาบท และอัญเชิญให้เป็นเจ้าครองเมืองเชียงใหม่ เป็นระยะเวลาสั้นๆ จนปี พ.ศ. 2306 ล้านนาไทยรวมทั้งเมืองเชียงใหม่ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าอีกครั้ง ลุจุลศักราช 1136 ตรงกับปีพ.ศ. 2317
เจ้ากาวิละ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพระเจ้ากรุงธนบุรี สามารถยึดเมืองเชียงใหม่คืนจากพม่าได้
เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้าเหนือ เมืองเชียงใหม่จึงเจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน
มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า วัดนี้เคยใช้เป็นสำนักเรียนสำหรับลูกเจ้าขุนมูลนายในสมัยก่อน
และยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่เรียนของนักเรียนยุพราชวิทยาลัยก่อนที่จะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จอีกด้วย
228 ถ.พระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
Wat Duang Di, meaning "the temple of good fortune", was founded at the beginning of 16th century during the reign of King Mueang Kaeo of the Mangrai Dynasty (1292–1558), and was formerly known as Wat Ton Mak Nua. The current structures of the temple date from the 19th century or later.
The temple is notable for its scripture repository decorated with Lanna-style flower motif stucco work built in 1829. The 19th century assembly hall, which shows Ayutthaya style influence, has a carved wooden gable regarded as an outstanding example of Lanna artwork, which was regilded during renovations in the 2000s. The large wooden doors date from 1929. One of the principal Buddha images in the assembly hall is inscribed 1496/7, the date it was cast in Chiang Mai. The temple also includes a small ordination hall next to the assembly hall, and an octagonal shaped pagoda.