{"manuscript": {"id": 6686, "key": "EFEO Lanna Manuscripts::005_013_A", "title": "Thupawong", "titleThai": "ถูปวงศ์  [phuk 1-3]", "titleTranslit": "thūpavaṅśa’ [thūpavaṃsa]", "source": "EFEO Lanna Manuscripts", "sourceIdentifier": "005_013_A", "genre": "other", "genreLabel": "Other · อื่น ๆ", "genreRaw": "Other", "priority": 0, "script": "tham_lanna", "scriptLabel": "Tham Lanna · อักษรธรรมล้านนา", "scriptFamily": "Tham (Dhamma)", "language": "Pali-Northern Thai", "languages": ["Pali", "Lan Na"], "subgenre": null, "material": "palm_leaf", "materialLabel": "Palm-leaf · ใบลาน", "materialFamily": "Palm-leaf", "province": "Chiang Mai", "provenance": "Chiang Mai", "geoLevel": "province", "temple": "Wat Ratanaram (Wat Ton Kaeo)", "date": "1235", "era": "Other", "century": "19th", "extentPages": 1, "imageCount": 0, "pageCount": 0, "subjects": [], "dateCe": 1873, "sourceUrl": "https://lanna-manuscripts.efeo.fr/node/448", "iiifManifestUrl": "", "firstSeen": "2026-07-08T18:43:29.768125+00:00", "lastSeen": "2026-07-08T18:43:29.768125+00:00", "rawMetadata": {"Inv No": "005_013_A", "Bundles": "9/10", "Category": "Other", "Original titles (Thai script)": "Phuk 1, 3, 6, 8, 9 : ถูปวังสะ, ถูปวงศ์. Phuk 2: โวหารธรรมเทศนาถูปวโลชนะ, โวหารถูปวังสะ, โวหารธรรมเทศนาถูปวงศ์. Phuk 4: ฐูปโวง. Phuk 5: โวหารถูปวงศ์. Phuk 10: คัมภีร์ถูปวังสะ.", "Uniform Thai title": "ถูปวงศ์  [phuk 1-3]", "Uniform title (transliterration)": "thūpavaṅśa’ [thūpavaṃsa]", "Uniform title (transcription)": "Thupawong", "Scribe Thai script": "Phuk 1: สามเณรเมมธา เขียนเมื่อปฏิบัติครูบาธัมมวุทธิ วัดต้นแก้ว (รัตนาราม). Phuk 2: ไชยาภิกขุ. Phuk 3: สิริสามเณร. Phuk 5: สามเณรคันธะ. Phuk 6: สามเณรโพธิ. Phuk 8: ทุขนานมหาวัน. Phuk 9: นันทาภิกขุ. Phuk 10: ปัญญาสามเณร.", "Donator / sponsor (Thai script)": "Phuk 1: สามเณรเมมธา. Phuk 2: ไชยาภิกขุ. Phuk 3: สิริสามเณร. Phuk 4: ทุสีวิไชยเป็นประธาน พร้อมด้วยพ่อแม่ พี่น้อง พ่อออกแม่ออกทุกคน ได้สร้างธรรมถูปวงศ์. Phuk 5: สามเณรคันธะ. Phuk 6: สามเณรโพธิ. Phuk 8: ทุขนานมหาวัน. Phuk 9: นันทาภิกขุ. Phuk 10: ปัญญาสามเณร.", "Era (text)": "?", "Date (manuscript)": "1235", "Era (manuscript)": "CS", "Date (AD)": "1873", "Calendar Thai script": "Phuk 1: จุลศักราช 1235 ตัว [พ.ศ. 2416] ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 3 ค่ำ วันจันทร์ ยามแตรเที่ยงคืน. Phuk 2: จุลศักราช 1235 ตัว ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 8 ค่ำ  วัน 7 [เสาร์] ยามตูดช้าย. Phuk 3: จุลศักราช 1235 ตัว ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 8 ค่ำ วันเสาร์. Phuk 4: จุลศักราช 1235 ตัว ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 10 ค่ำ วัน 2 [จันทร์] ยามแตรจักขึ้นสู่เที่ยง. Phuk 5: จุลศักราช 1235 ตัว ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม ค่ำ วัน 1 [ อาทิตย์] ยามแตรจักใกล้ค่ำ. Phuk 6: จุลศักราช 1235 ตัว ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 11 ค่ำ  วัน 3 [อังคาร] ยามแตรใกล้เที่ยง. Phuk 8: จุลศักราช 1235 ตัว [พ.ศ. 2416] ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 10 ค่ำ วันจันทร์ ยามแตรจักใกล้ขึ้นสู่เที่ยง. Phuk 9: จุลศักราช 1235 ตัว [พ.ศ. 2416] ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 9 ค่ำ วัน 1 [อาทิตย์] ยามกลองงาย. Phuk 10: จุลศักราช 1235 ตัว [พ.ศ. 2416] ปีก่าเร้า เดือน 11 แรม 2 ค่ำ วัน 1 [ อาทิตย์] ยามกลองแลง.", "Original repository (Thai script) / scribe place": "วัดรัตนาราม (ต้นแก้ว)", "Beginning and end": "Phuk 1:  \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  ยสฺมึ สยึสุ ชินธาตุวรา สมนฺตาวิสเรหิ สมฺมชฺชลนฺตา นิมฺมาย โลกหิตเหตุชินสฺส รููป ตตฺถูปมพฺภตํ \r\nตมสิรสา นมิตฺวา วกฺขามหํ สกลโลกหิตาว สห สตฺถุปสฺส สพฺพชนนฺทานการกส วํสํ สุรนรินฺทวเรหิ นิจฺจํ สมฺปุชตสฺส \r\nรตนุชฺชลถูปิกสฺส  ดูราโสตุชนะสัปปุริสะทั้งหลาย ชินธาตุวรา อันว่าสรีรชินธาตุองค์ประเสริฐแห่งพระพุทธเจ้าอันรุ่งเรือง \r\nงามด้วยพุทธรัศมี  อันมีวรรณะ 6 ประการ  อันแปรรอดทุกก้ำด้วยอันเนรมิตยังอันเป็นพุทธรูปเจ้า… \r\nz. …ปุปฺผมณฺฑาปทุมปาริกสตฺตาหิ อฆียโตรกาทีนิ กตฺวา ทิพฺพมนฺทารวปุปฺผสตฺเตนทสพลํ ปูเชสิ  ในกาลเมื่อนั้น \r\nโพธิสตฺโต อันว่าโพธิสัตว์เจ้าแห่งเราได้เกิดเป็นฤษีตน 1 ชื่อว่าสุสีมะ  ประกอบด้วยอิทธิริทธีอานุภาพอันมากนักแล้ว  ไป \r\nฟังยังธรรมเทศนาในสำนักพระพุทธเจ้าอัฏฐทัสสีแล้ว  มีใจอันสะใสยินดีแล้ว  ไปนำเอามายังดอกไม้ทิพย์ทั้งหลายในเมือง \r\nฟ้ามีต้นว่า ดอกกาสะลอง ดอกบัว ดอกปาริกาฉัตรแล้ว วสเต ก็มีด้วยประการดังกล่าวมานี้แล… \r\nPhuk 2: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  อันหื้อเรี่ยรายปรายตกลงยังห่าฝนดอกไม้ทิพย์รอดทุกกล้ำทุกภาย  เป็นด่ังมหาเมฆ คือว่า ห่าฝนอันใหญ่ \r\nตกลงมาในมหาทวีปใหญ่ทั้ง 4  อันกระทำยังสิ่งมีต้นว่า เสาหัม 2 ดอก  อันแล้วด้วยดอกกาสะลองทิพย์แลดอกบัวทิพย์ \r\nแล้วก็บูชายังพระพุทธเจ้าอัฏฐทัสสีตนทรงกำลังสิบประการ  ด้วยฉัตรดอกกาสะลองทิพย์  มักว่าถือฉัตรดอกกาสะลอง \r\nทิพย์แลดอกบัวทิพย์  แลกั้งยังพระเจ้าอัฏฐทัสสีแล้วก็อยู่แล  โสปิ นํ ภควา แม่นอันว่าพระเจ้าอัฏฐทัสสีนั้น… \r\nz. …มีวรรณะงามดังผิวคำทวง  เอาละอองไกลสอรได้ประมาณเต็มแฅงอันใหญ่แล  น เกวลปฺจ บ่เท่าแต่นั้น  แม่นดอก \r\nทั้งมวลฝูงอันมีต้นว่า ดอกปาริกาฉัตรแลดอกทองหลาง  อันมีในตาวตึงสาก็ดี  มีในพรหมโลกก็ดี  อันพ่ำเพ็งเต็มอยู่ในอูบ \r\nเงินอูบคำก็ดี  ก็หากฟุ้งแผ่ผายมาในหว่างแห่งดอกไม้ทั้งหลายอันตกลงก่อนนั้น  ส่วนว่ากิ่ง ดอก กระจวนไกลสอร ดอก \r\nทั้งหลายฝูงนั้นอันบ่เจือจานกัน  ตกลงมาเรี่ยรายอยู่เหนือตนแห่งพระพุทธเจ้าสิ่งเดียวแล… \r\nPhuk 3: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  อันว่าจวนจันทน์ทิพย์แห่งเทวดาทั้งหลายอันตกมาแต่อากาศ  ก็มาเรี่ยรายในตนพระพุทธเจ้าแล ทิพฺพ- \r\nจุณฺณานิ อันว่าจวนจันทน์ทั้งหลายแห่งเทวดา  ตกมาเรี่ยรายในตนพระพุทธเจ้าสิ่งเดียวอั้นบ่มี  แม่นจวนจันทน์แห่งพระยา \r\nครุฑนาคแลคนทั้งหลายก็ผายตกมาในตนพระเจ้าแล น เกวลฺจ บ่เท่าแต่จวนจันทน์สิ่งเดียว  แม่นจวนเกสสนา  ตัคคัร \r\nจันทน์แดง  จวนเองชันจวนคำ  จวนของหอมทั้งมวลอันกระทำหลายหลาก… \r\nz. …ตฺวํ อันว่าท่่านนาคราช  จงกระทำ มักว่าจงเนรมิตรูปพระพุทธเจ้าตนอันหื้อกลิ้งกลับไปยังวรจักรอันประเสริฐ คือ พระ \r\nสัทธรรมตนประกอบด้วยปัญญาอันหาที่สุดบ่ได้ หื้อปรากฏแก่ตาแห่งเราก็ดี แก่ตาแห่งคนทั้งหลายฝูงนี้ก็ดีเทอะ ว่าอั้นแล้ว \r\nอโศกธรรมราชอันเล็งดูซึ่งพุทธรูปอันพระยานาคหากเนรมิตแลประดับไปด้วยมหาปุริสะลักษณะ 32 อนุพยัญชนะ 80 อัน \r\nอานุภาพแห่งบุญอันได้หอบหยับมาหากซะลาบไปในตนทั้งมวล  ดูรุ่งเรืองงามก็มีด้วยประการดังกล่าวมานี้แล… \r\nPhuk 4: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  เรืองงามเหมือนดังผิวน้ำอันประดับไปด้วยดอกอุบลแลดอกบัวขาวอันบานงาม  ประการ 1 เป็นดังพื้น \r\nอากาศอันข่ายรัศมีหมู่ดาวทั้งหลายหากซะราบอาบหื้อรุ่งเรืองงามแล  พุทธนิมิตอันนั้นอันแวดไปด้วยพยามัปปภา คือ \r\nรัศมีอันขุ่นองอาจงาม แลหุ้มทุ้มด้วยวรรณะรังสีอันประจิตต่าง ๆ คือ ขาว เหลือง ดำ แดง หม่น สิ้ว เป็นดังจอมดอยคำ \r\nอันเกี่ยวไปด้วยอินทธนู คือ สายเงือกรุ้งอันมีรัศมีอันขุ่นแล  พุทธนิมิตรูปอันนั้นอันดูงาม… \r\nz. …มันก็กระทำฉันนี้ดีหลีแล  อันว่าบาปกรรมพึงจักมีแก่ผู้ใดชา  เอกจฺเจ มหาเถรเจ้าลางพร่องกล่าวว่า  ดูรามหาราช \r\nอำมาตย์ผู้นี้  มันก็กระทำตามคำจาแห่งมหาราชแล ปาป อันว่าบาปอันนั้นก็พึงมีแก่มหาราชแล  เอกจฺเจ ภิกขุลางพร่อง \r\nก็กล่าวว่า  ดูรามหาราช  บาปอันนั้นก็มีแก่ท่านทั้ง 2 แล  เอกจฺเจ ภิกขุลางพร่องกล่าวว่า  ดูรามหาราช  อันว่าจิตใจว่า \r\nอำมาตย์ผู้นี้จงไปฆ่าภิกขุทั้งหลายเทอะ  ว่าอั้น  กึ ยํ ก็มีด้วยประการดังกล่าวมานี้แล… \r\nPhuk 5: \r\na. นโม  ตสฺสตฺถุ แก่มหาราชอ้ันชะฤๅ นตฺถิ ภนฺเต พระยากล่าวว่า  ข้าแห่งเจ้ากู อันว่าจิตใจอันมักใคร่หื้อไปฆ่าภิกขุทั้ง \r\nหลายนั้นบ่มีแห่งผู้ข้า อหํ อันว่าข้า  มีอธิบายเป็นกุสลา  ก็ใช้ไปด้วยคำว่า ภิกฺขุสงฺโฆ อันว่าภิกขุสังฆะอันพร้อมเพรียงกัน \r\nจงกระทำอุโบสถกรรมเทอะ ว่าอั้น  สเจ ตฺวํ กุสลาธิปาโย ภิกขุเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า  ตฺวํ อันว่ามหาราช  ผิว่ามีอธิบาย \r\nเป็นกุสลาดั่งอั้น  อันว่าบาปอันนั้นบ่มีแก่มหาราชแล เอวํ ปาป อันว่าบาปอันนั้นก็มีแก่อำมาตย์ผู้นั้นแล … \r\nz. …ดูรามหาราช  เทฺว ธาตุโย อันว่าธาตุทั้งหลาย 2 องค์ คือว่า ดูกด้ำมีดเบื้องขวาองค์ 1 ธาตุเขี้ยวฝางเบื้องขวาองค์ 1 \r\nตโต มักว่า เตสุ ล้ำธาตุทั้งหลาย 2 องค์นั้น  มหาราชจงสักการบูชายังธาตุเขี้ยวเบื้องขวานั้นเทอะ  จงหื้อยังธาตุดูกด้ำมีด \r\nเบื้องขวาแก่เราเทอะ  ครั้นว่ากล่าวยังคำดังนี้แล้ว  ท่านจงกล่าวว่าดังนี้เล่า  ดูรามหาราช อันว่ามหาราชใช้ยังเราทั้งหลาย \r\nหื้อไปสู่ลังกาทวีปแล้วก็ประมาทอยู่เหตุใดชา  ว่าอั้นเทอะ  อถ โข ในกาลเมื่อนั้น เจ้าสุมณสามเณรก็มีด้วยดังกล่าวมานี้ \r\nแล… \r\nPhuk 6: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  ก็รับเอาคำอันสั่งแห่งมหามหินทเถรเจ้าแล้ว  ถือเอายังบาตรแลผ้าแล้วสยองขึ้นสู่อากาศในขณะบัดเดี๋ยว \r\nนั้น  แล้วไปลงในที่ใกล้ประตูเวียงปาตลีบุตร  แล้วไปสู่สำนักแห่งพระยาอโศกธรรมราช  แล้วก็บอกกล่าวอัตถะแห่งถ้อย \r\nคำ  อันมหามหินทเถรเจ้าหากสั่งนั้นชู่ประการ ราชตุฏฺโฐ อันว่าพระยาอโศกธรรมราชมีใจชมชื่นยินดีรับเอาบาตรแต่มือ \r\nแห่งเจ้าสามเณรแล  หื้อสุมณสามเณรฉันข้าวแล้ว  อบรมยังบาตรแห่งพระพุทธเจ้า… \r\nz. …อยํ เสนา กาโย อันว่าหมู่โยธาแห่งข้าอันเข้าไปสู่ที่รบสงครามนั้น เป็นข่ายน่านอันกางในป่าคลุมเอายังหมู่เนื้อสัตว์ป่า \r\nนั้น  จงมีด้วยคำสัจจะแห่งข้าเทอะ  อันว่าคำสัจจะอันนั้นก็มีด้วยประการดั่งอั้นแล  เอวํ ราชา ทุฏฺฐคามณีอภย คงฺคาม- \r\nตีเร ทมิฬ ฆาเฏติ เสสา สพฺเพ อาคนฺตฺวา วิชิตา นครํ ปวิสึสุ อันว่าพระยาทุฏฐคามณีอภัยก็ฆ่าชาวเมืองทมิฬทั้งหลาย \r\nเสียมากนัก  มีด้วยประการดังนี้แล  อันว่าชาวทมิฬทั้งหลายมวลอันยังหลอดหลอหนี  ก็มีด้วยประการดังกล่าวมานี้แล… \r\nPhuk 8: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  ไปชักเอาก้อนหินมาลาดเลือนไปในพื้นขุมแล้ว อาหรนาเปตฺวา ตีหื้อย่อยด้วยค้อนเหล็กอันใหญ่แล้ว \r\nก็กระทำหื้อเป็นกระจวนแล กโต จ มุนทฺเธหิ  เรียงนั้น พระยาทุฏฐคามณีอภัยหื้อสำแดงยังอันย่ำก้อนหินด้วยช้างพลาย \r\nใหญ่ทั้งหลาย อันมีตีนหุ้มทุ้มด้วยหนังควายอันหนาหื้อแน่นดีแล้ว  ก็หื้อลาดเลือนยังดินนวันติภายบนเหนือหินอันนั้นเล่า \r\nแล้ว อากาสคงฺคาล ด้วยมีแท้นั้น อันว่าต่อมน้ำทั้งหลายในที่ตกลงแห่งน้ำอาสคังคานั้น… \r\nz. ...แลรูปพรานป่าหื้อชิ้นอันหวานแก่พระยาเวสสันตระ  แลรูปพระยาเวสสันตระหื้อปิ่นคำแก่พรานป่า  แลรูปที่อันพระยา \r\nเวสสันตระอยู่ด้วยเพศอันเป็นนักบวชในท้องดอยวงกต  แลรูปพระยาเวสสันตระหื้อทานลูกทั้ง 2 แก่ชูชกพราหมณ์  แลรูป \r\nพระยาเวสสันตระหื้อทานภริยาแก่อินทาสักกะพราหมณ์  แลรูปที่อันชูชกพราหมณ์เอายังกุมารทั้ง 2 แล้วไปสู่ซองหน้าแห่ง \r\nท้าวสัญชัยนรินทะแล… \r\nPhuk 9: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  ด้วย(อา)นุภาพแห่งเทวดานั้น ตโต เรียงนั้น พระยาก็หื้อแปงยังที่ไปชุมนุมแห่งท้าวทั้ง 6 ในท้องวงกตคีรี \r\nแลรูปที่อภิเษกยังพระยาเวสสันตระแลนางราชมัทรี  รูปฝนห่าแก้ว7 ประการตกลงในวันเข้าสู่เวียงแห่งพระยาเวสสันตระ \r\nแล  รูปอันตายจากอันเป็นพระยาเวสสันตระ  แลรูปอันตายจากอันเป็นพระยาเวสสันตระได้ไปเกิดในเมืองฟ้าชื่อดุสิตาแล \r\nตโต เรียงนั้น พระยาก็หื้อแปงยังรูปเทวดาทั้งหลายอันมาแต่หมื่นโลกจักรวาลราธนาขอเพื่อหื้อลงมาเป็นพระยาเจ้า… \r\nz. …จงเนรมิตยังมณฑปแก้ว 7 ประการในที่อันออกไปปรากฏแห่งเจ้าโสนุตตระสามเณรนั้นเทอะ  ในขณะบัดนั้น  วิสุกรรม \r\nเทวบุตรก็มาเนรมิตยังมณฑปหื้อแล้วด้วยแก้ว 7 ประการแล  อถ สกฺโก ในกาลนั้น พระยาอินทร์อันมีหมู่เทวดาหากแวด \r\nล้อมเป็นบริวาร  เอายังแท่นแก้วทิพย์กับทั้งกระอูบคำทิพย์มาตั้งไว้ในมณฑปแก้วที่นั้นแล้ว  ไปรับเอาโกศธาตุแต่มือแห่ง \r\nเจ้าโสนุตตระสามเณรแล้ว  ก็เอาไปตั้งไว้ในกระอูบคำเหนือแท่นแก้ว 7 ประการในมณฑปแก้วที่นั้นแล… \r\nPhuk 10: \r\na. นโม ตสฺสตฺถุ  ตทา ในกาลนั้น  อันว่ามหาพรหมก็มาถือฉัตรกั้งแล  สันดุสิตเทวบุตรก็ถือเอายังพัดจามรีกวัดแกว่งหื้อ \r\nมีศรีแล  สุยา(ม)เทวบุตรทั้งหลายก็ถือเอาพัดค้าวแก้วแกว่งบูชา  พระยาอินทาก็เป่าหอยสังข์บูชาแล  ท้าวจตุโลกบาลทั้ง \r\n4 ตนมีมือถือสรีกัญไชยอยู่รักษาทั้ง 4 ด้านแล  อันว่าเทวบุตรทั้งหลาย 32 ตนมีริทธีอันมากนัก  มีมือถือค้อนกระบองอยู่ \r\nเฝ้ารักษาแล  กุมาริโย อันว่านางเทวดาหนุ่มทั้งหลายอันบูชาด้วยดอกปาริชาตทั้งหลาย  แลถือเอายังประทีป… \r\nz. …เต ชนา อันว่าคนทั้งหลายฝูงนั้นแม่นทั้งมวล  บุญสมภารได้พ่ำเพ็งมามากหลายในสำนักแห่งพระเจ้าทั้งหลาย  เหตุ \r\nสมฺปนฺนา อันบอรมวนด้วยเหตุ 3 ประการ  เป็นตรีเหตุ  ครั้นว่าได้ฟังธรรมเทศนาอันประกอบด้วยอริยสัจ 4 ประการ มี \r\nทุกขอริยสัจเป็นต้นในสำนักแห่งพระพุทธเจ้าตนชื่อเมตเตยยะแล้ว  ได้กระทำยังที่สุดแห่งทุกข์ คือว่า ได้ถึงอรหัตผลแล้ว \r\nก็จักปรินิพพานด้วยปรินิพพานธาตุ  อันดับเสียยังวิบากขันธ์  อันดับยังกัมมชรูปบ่หื้อหลอก็มีแล…", "Foliation / pagination": "Phuk 1: 1B-25B (Northern Thai figures) 1-25. Phuk 2: 1B-24B (Northern Thai figures) 1B-13B 1 ต้น-13B, B? 14, B14-24B 15-25. Phuk 3: 1B-22B (Northern Thai figures) 1-22. Phuk 4: 1B-22B (alphabetical order in Northern Thai) 1B-20B ก ต้น-ม, 21B-22B ฏ-ฐ , 2B-22B (Northern Thai figures) 2-22. Phuk 5: 1B-19B (alphabetical order in Northern Thai) 1B-8B ก ต้น-ไก, 9A โก, 9B ?, 10B กํ, 11 ก ปลาย,12B-19B ข-โข; 2B-19B (Northern Thai figures) 2-18B , 9A 9, 10B-18B 11-19, 19B ? Phuk 6: 1B-22B (alphabetical order in Northern Thai) 1B-15B ก(ต้น)-ก(ปลาย), 16B-22B ข-เข. Phuk 8: 1B-22B (alphabetical order in Northern Thai) ก-ผ, 1B-22B (Northern Thai figures) 1-22, 11B สิบเอ็ด, 21B ซาวเอ็ด, 22B ซาวสอง. Phuk 9: 1B (alphabetical order in Northern Thai) ก,1B-15B (Northern Thai figures) 1-15. Phuk 10: 1B-15B (alphabetical order in Northern Thai) 1B-13B จ-จ (ปลาย), 14B-15B ก-กา, 1B-15B (Northern Thai figures) 1-15.", "Country": "Thailand", "Province": "Chiang Mai", "District": "Mae Rim", "Repository": "Wat Ratanaram (Wat Ton Kaeo)", "Material": "Palm-leaf", "Language(s)": "Pali-Northern Thai", "Script": "Tham Lanna", "Description": "48x490 mm., 10 bundles, 2 holes, long chat pit thong. Phuk 1: 25 folios, 1-5 lines. Phuk 2: 25 folios, 1-5 lines. Phuk 3: 23 folios, 2-5 lines. Phuk 4: 23 folios, 1-5 lines. Phuk 5: 20 folios, 1-5 lines. Phuk 6: 23 folios, 1-5 lines. Phuk 8: 22 folios, 1-5 lines. Phuk 9: 16 folios, 1-5 lines. Phuk 10: 15 folios, 3-5 lines.", "Remarks": "Phuk 7 is originally missing", "Reference of the digital pictures": "Phuk 1: IMG_6449-IMG_6528. Phuk 2: IMG_6529-IMG_6607. Phuk 3: IMG_6608-IMG_6679. Phuk 4: IMG_6680-IMG_6751. Phuk 5: IMG_6752-IMG_6817. Phuk 6: IMG_6818-IMG_6889. Phuk 8: IMG_6890-IMG_6958. Phuk 9: IMG_6959-IMG_7007. Phuk 10: IMG_7008-IMG_7055.", "Bibliography": "The original Thūpavaṃsa in pāli has been composed by Vācissara in the second half of the 13th century in Sri Lanka. See Hinüber 1996 p.94. \r\nFor the version in vernacular Singhalese or Sinhala see Berkwitz 2007."}, "images": [], "iiifThumb": "", "pages": [], "diagramPages": 0, "related": [{"facet": "temple", "value": "Wat Ratanaram (Wat Ton Kaeo)", "label": "Wat Ratanaram (Wat Ton Kaeo)", "items": [{"id": 6684, "title": "Tamnan Ho"}, {"id": 6687, "title": "Thupawong"}, {"id": 6688, "title": "Thupawong"}]}, {"facet": "genre", "value": "other", "label": "Other · อื่น ๆ", "items": [{"id": 6583, "title": "51"}, {"id": 6584, "title": "55"}, {"id": 6585, "title": "57"}, {"id": 6586, "title": "186"}, {"id": 6736, "title": "nidāna ṛkṣa' 27"}, {"id": 6974, "title": "Biography Of Lp Thob And His Katha"}]}, {"facet": "province", "value": "Chiang Mai", "label": "Chiang Mai", "items": [{"id": 4470, "title": "Athimat winitsai"}, {"id": 3723, "title": "Buddhābhiseka gāthā"}, {"id": 6067, "title": "Cumnum itipiso, Pha holaman"}, {"id": 6084, "title": "Inthanin singkaha, Sut nyom simma"}, {"id": 765, "title": "Kam wai pha cao tang muan lae wai that hom tang muan"}, {"id": 813, "title": "Ken sutthatin"}]}], "hasReader": false}, "annotation": {"notes": "", "tags": []}}